Day: September 26, 2024

5 อาชีพไหน ที่ A.I. จะยังมาแทนที่มนุษย์ไม่ได้!

อย่างที่ทราบกันดีในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และ A.I. ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะและบทบาทของงานแทบจะทุกสายงาน ระบบ A.I. สามารถประมวลผลข้อมูลนับล้านภายในไม่กี่วินาที กลับกันถ้าเป็นมนุษย์ ก็คงใช้เวลานานกว่ามาก  ระบบอัตโนมัติและ A.I. กำลังกระตุ้นการปฏิวัติครั้งใหม่ตั้งแต่ไอทีไปจนถึงการผลิต ทำให้ความต้องการในตลาดแรงงานนั้นลดน้อยลงในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเทรนด์นี้ก็น่าจะทำให้ผู้คนกังวลเรื่องความมั่นคงในงานไม่มากก็น้อย แม้ว่าสกิลด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีจะเป็นสกิลที่มีความต้องการสูงมากในอนาคตอันใกล้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอาชีพที่ยังต้องการมนุษย์นั้นจะลดน้อยลง สาเหตุหลักๆ ก็เพราะว่า AI ไม่มีสติปัญญาทางอารมณ์ (Emotional Intellect) นั่นเอง

4 วิธีสร้าง productivity ด้วยตัวเอง ส่งตรงจากมือถือ

Highlights: โดยปกติแล้วคนเรามักจะเริ่มหยิบเอาสมาร์ทโฟนของตัวเองออกมาในยามที่ไม่รู้จะทำอะไร หรือบางทีการเล่นโทรศัพท์มือถืออาจจะเกิดขึ้นจากการที่เรากำลังพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากข่าวสารที่ตึงเครียด หรืออยากหนีจากความวุ่นวายรอบๆตัว และด้วยสาเหตุพวกนี้แหละ มันมักจะเริ่มต้นด้วยการที่เราเลื่อนโซเชียลมีเดียไปเรื่อยๆ พอรู้ตัวอีกทีมันก็กินเวลาไปมากแล้ว การไถหน้าจอไปเรื่อยๆ เป็นผลมาจากการที่เราไม่มีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงในการใช้มือถือ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้เวลาของเราซะเลย ด้วยสาเหตุพวกนี้แหละส่งผลให้การเลื่อนดูสมาร์ทโฟนไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายมักจะเกิดขึ้นกับพวกเราในยุคนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครว่าเราไม่สามารถสร้าง productivity จากสมาร์ทโฟนของพวกเราเองได้? จริงๆแล้ว สมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันมันมีประโชน์มากกว่าที่เราคิดซะอีก เพราะในโทรศัพท์ของเรายังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย และสามารถสร้าง productivity และอัปสกิลต่อตนเองได้ ในบทความนี้ Mydemy ได้รวบรวมแอปพลิเคชั่นและเคล็ดลับที่น่าสนใจที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงสมาร์ทโฟนของเราให้มีเพิ่มประสิทธิภาพต่อเรามากขึ้น แต่ถ้าหากเราไม่มีเวลา

อัปสกิลที่มีอยู่ สู่งานใหม่ที่ดีกว่า ด้วย Transferable Skills

Highlights: ปัจจุบันการทำงานให้ตรงสายกับที่เรียนมานั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะบางสายงาน เช่น งาน Adminstrative ทั่วไป หรือสาย Creative นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนรักและถนัด แต่ด้วยฐานความต้องการของสายอาชีพพวกนี้อาจจะไม่ได้มีความต้องการในตลาดมากเท่ากับพวกสายอาชีพเฉพาะ อย่างวิศวกร หรือเทคโนโลยี ก็อาจจะทำให้ผู้ที่อยากเปลี่ยนงาน หางานยากขึ้น ยิ่งบางอาชีพนั้นเงินค่าจ้างที่ได้ก็คงไม่ได้มากมายเท่าไร.. การล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่องของโรคระบาดครั้งใหญ่ที่ผ่านมาได้ส่งผลให้พนักงานออฟฟิศได้ไตร่ตรองเส้นทางอาชีพของตน มองหาความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและอาชีพมากขึ้น คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครหลายคนในตอนนี้กำลังหาลู่ทางที่จะเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของตัวเอง เพราะฉะนั้นการโยกย้ายเปลี่ยนงานจึงอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนในยุคนี้ต้องคำนึงถึง และไม่แปลกที่สภาพความไม่แน่นอนในแต่ละวันจะส่งผลให้หลายคนเริ่มถามตัวเองว่า จะเปลี่ยนอาชีพที่กำลังทำอยู่ดีมั้ย? แล้วถ้าทำได้ ทักษะอะไรบ้างที่พวกเขาเหล่านี้จะสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเอาชนะคู่แข่งที่กำลังหางานได้?

รู้จักกับการเปิดโหมด Deep Work เพื่องานที่เรารักกันเถอะ

Highlights: จริงอยู่ที่การเป็น ‘Multitasker’ ในเวลานี้ค่อนข้างเป็นอะไรที่จำเป็นอย่างมากในยุคที่การแข่งขันสูงแบบนี้ การที่จะทำให้เราเป็นที่จับตามองขององค์กรนั้น ยิ่งมีผลงานเยอะ ก็อาจจะยิ่งถูกมองว่ามากประสบการณ์ก็เป็นได้ แต่ในความเป็นจริง การทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันมักจะให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพน้อยกว่า เพราะสมองของมนุษย์เราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ทำอะไรหลายอย่างได้พร้อมกันยังไงล่ะ! ดังนั้น… จะดีกว่าไหมหากเราหันมาโฟกัสงานอย่างใดอย่างหนึ่งในเวลาเดียวด้วย Deep Work? หากเราค้นหาคำว่าในอินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่จะเจอเกี่ยวกับ Deep Work คงหนีไม่พ้นหนังสือชื่อดังของ คาล นิวพอร์ต (Cal Newport) ที่ชื่อว่า

เมื่อ Soft Skills แปรเปลี่ยนเป็น Power Skills

Highlights: ต้องยอมรับว่าหนึ่งในหัวข้อที่ฮอตฮิตมากที่สุดในแวดวงของธุรกิจในปัจจุบันนี้คือ การเพิ่มทักษะ (Upskilling) และการปรับทักษะใหม่ (Reskilling) เกี่ยวกับอนาคตของการทำงาน (Future of Work) องค์กรต่างๆ กำลังคว้านหาคอร์สเรียนจำนวนมากเพื่อพยายามที่จะ “เพิ่มทักษะ” ให้กับพนักงานของตัวเอง และพวกเขาเห็นผลลัพธ์ที่หลากหลาย Skills แบบไหน ที่องค์กรต่างใฝ่ฝันถึง? ปกติแล้วนั้นสกิลของพนักงานที่องค์กรมองหาจากพนักงาน มักจะหมายถึง ซอฟท์ สกิล (Soft Skills) ซึ่งซอฟท์

บ่น บ่น บ่น! มาเช็คดูว่า Chronic Complainer อาการมันเป็นยังไงนะ!?

Highlight:  จริงอยู่หรอกที่การบ่นเป็นเรื่องปกติ เราบ่นเพื่อแสดงความรู้สึกไม่สบายที่อาจจะมีอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำออกไป ส่วนใหญ่มักจะพูดแต่เรื่องที่ทำให้หัวเสียมาตลอดทั้งวัน หรืออัดอั้นเอามากๆ เพราะเชื่อว่าจะรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ได้ระบายมันออกไป แต่หารู้ไม่ว่าการบ่นจนติดเป็นนิสัยซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นอาจทำให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์และมีแต่ความคิดด้านลบออกมาต่างหาก การบ่นบ่อยๆ เป็นประจำไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยให้ระบายคลายทุกข์ได้ แต่ดันทำให้สภาพจิตใจแย่กว่าเดิม ซึ่งส่งผลให้คนเหล่านี้กลายเป็นคนขี้บ่น ซึ่งมีอาการที่เรียกว่า ‘Chronic Complainer’ Chronic complainer คือ นิยามที่เรียกคนที่ชอบบ่นขิงบ่นข่าเป็นประจำ คนกลุ่มนี้มักแสดงความไม่พอใจต่อองค์ประกอบต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา ซึ่งบุคคลเหล่านี้มักไม่มีความสุขกับตัวเอง หรือสภาพแวดล้อมเอาซะเลย นอกนั้นพวกเราบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังมีคนอาการบ่นเรื้อรังอยู่ใกล้ตัว หรือเป็นเราเองรึเปล่าที่ก็เป็นคนขี้บ่นอยู่กันแน่ สัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเราหรือคนรอบข้างกำลังมีอากรบ่นเรื้อรังอยู่?

เส้นทางสู่การเป็น Role Model ที่ดีที่ใครก็เป็นได้

Highlights: ก่อนอื่นเราควรมาทำความเข้าใจว่า Role Model คืออะไร? และทำไมถึงสำคัญกับการใช้ชีวิตเราขนาดนั้นนะ? Role Model หมายถึง บุคคลที่เป็นตัวอย่างให้เราได้ทำตาม ทุกคนสามารถเลือกใครก็ได้สำหรับตนเองมาเป็นต้นแบบที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น Role Model มีความสำคัญต่อการเติบโตของมนุษย์ การมีแรงบันดาลใจจากตัวอย่างที่ดีจะช่วยให้เราเป็นคนที่เราอยากเป็น เพราะตัวอย่างที่ดีมีอิทธิพลต่อการกระทำของพวกเราและสามารถกระตุ้นให้เราพยายามเข้าถึงศักยภาพที่มีอยู่ และยังสามารถเป็นแรงผลักดันให้เอาชนะจุดอ่อนได้อีกด้วย! การทำตาม หรือลอกเลียนแบบผู้อื่นเป็นเรื่องปกติธรรมชาติในสังคมมนุษย์ จากบทความของ New York Times มีนักวิจัยที่ศึกษาเซลล์ประสาทกระจกเงา (Mirror

ทำหลายอย่างจนรู้สึกหมดไฟ? หลีกเลี่ยงได้ด้วยการบาลานซ์ชีวิตสักหน่อย

Highlights: เมื่อก่อนพนักงานต้องเข้าออฟฟิศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่หลายปีมานี้ที่หลายองค์กรได้มีการปรับโหมดการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้พนักงานหลายคนมีโอกาสที่จะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติ่ม อย่างเช่นการหารายได้เพิ่มจากการทำ Side Hustle หรืองานเสริมนั่นเอง สิ่งที่จุดประกายให้คนหางานเสริมเพิ่ม ก็น่าจะมาจากการที่คิดหาทางหนีจากอาการเบิร์นเอาท์ เลยต้องเริ่มหาอะไรทำจากงานอดิเรกที่ชอบ หรืออาชีพที่สนใจแต่ไม่มีโอกาสได้ลงมือทำสักที แม้ว่าเงินที่ได้อาจจะไม่ได้มากเท่ากับอาชีพหลักที่ทำอยู่ แต่สำหรับหลายคนแค่ได้ทำอะไรที่รัก หรือทำได้ดี เราก็สนุกไปกับมัน ถูกมั้ย? เพราะฉะนั้นช่วงที่เริ่มทำแรกๆ เรื่องเงินก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่างที่ทุกคนคิดกันนั่นแหละว่า การทำงานสองงานมีประโยชน์มากมาย นอกเหนือจากการเพิ่มรายได้แล้ว เรายังจะได้รับทักษะใหม่ๆที่เพิ่มพูนมาจากงานที่สองนี้ รวมไปถึงการได้เพิ่มคอนเนคชั่นกับลูกค้า

รู้จักกับ ‘Structured Problem Solving Skills’ สูตรการทำงานสุด Cliché แต่แก้ได้แทบจะทุกสถานการณ์

Highlight: บ่อยครั้งที่เวลาเราพบเจออุปสรรค หรือความท้าทายอะไรบางอย่าง เรามักจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราควรทำอย่างไรดีเพื่อที่จะก้าวผ่านปัญหาที่เจอนี้ได้อย่างง่ายดาย?”  และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของวิธีการแก้ไขปัญหาที่เราพยายามจะหาคำตอบหรือทางออกของอุปสรรคเหล่านั้น และการที่เราจะหาทางออกของเรื่องราวที่เราเผชิญอยู่ได้ ปัญหาที่มนุษย์อย่างเราประสบพบเจอนั้นไม่ได้อยู่ที่ขนาดความร้ายแรงของปัญหาซะทีเดียว หากแต่ว่ามันขึ้นอยู่ที่วิธีการที่เราจะจัดการกับมันต่างหาก เราควรจะรู้จักหาวิธีการลงมือจัดการกับมันก่อนที่เราจะเริ่มแก้ปัญหา  การแก้ปัญหาได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้มนุษย์ผ่านกระบวนการรับรู้ปัญหาและความท้าทายในขั้นแรก ซึ่งส่งผลให้เราค้นพบวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ เพื่อที่จะช่วยให้เราประเมินสิ่งที่เหมาะสมในลำดับสุดท้าย มากไปกว่านั้น ความสำคัญของการแก้ปัญหาแบบมีโครงสร้างเป็นสิ่งที่ผู้ที่กำลังหางานหลายคนต้องมีติดตัว เพราะในหลายครั้งที่เราต้องอยู่ในขั้นตอนการสัมภาษณ์งาน เรามักจะถูกตั้งคำถามจากผู้สัมภาษณ์ว่า หากเราพบเจอสถานการณ์ x เราจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีไหน และอย่างไร?” ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าในองค์กรก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย จะว่าไปแล้ว สกิลนี้มันน่าสนใจตรงที่เมื่อมีความซับซ้อนเกิดขึ้นระหว่างทางการค้นหาคำตอบ เราเองก็จะต้องโฟกัสและให้ความสำคัญกับการกำหนดปัญหาที่ดีด้วยวิธีการที่ทำให้เราเห็นภาพของโครงสร้างในการแก้ปัญหา

พัฒนาตัวเองด้วยหนังสือ Upskill: 21 keys to professional growth (ตอนที่ 1)

Highlight: เมื่อโลกแห่งการทำงานเปลี่ยนไป วิธีการทำงานของเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการหาโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะให้กับตัวเองจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าสกิลของเรานั้นจะไม่เปล่าประโยชน์ ทุกวันนี้การอัปสกิลคือสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้คนที่ต้องการจะยกระดับความสามารถที่มีอยู่ให้ดีกว่าเดิม ทำให้บางครั้งการสร้างแรงบันดาลใจ และการรู้ถึงเป้าหมายของตัวเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเริ่มพัฒนาตัวเอง หลายคนอาจจะมองว่าการอ่านหนังสือ การดูยูทูบ การฟังพอดแคสต์ที่เกี่ยวกับ Self development มักเต็มไปด้วยคำพูดสวยหรู อาจจะทำตามได้ยาก แต่.. คงจะไม่ใช่กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Upskill: 21 keys to professional growth” ของ คริส

Is Joining

A learning platform committed to making AI and sustainability accessible to everyone. Let us be part of helping you and your organization prepare for the change.